เมื่อ AI เปลี่ยนกติกา “งานแรก” ปริญญาอย่างเดียวอาจไม่พอ Jobsdb ชวนคนรุ่นใหม่เตรียม Skills ให้พร้อมรับตลาดงานที่เปลี่ยนไป

เมื่อ AI เปลี่ยนกติกา “งานแรก” ปริญญาอย่างเดียวอาจไม่พอ Jobsdb ชวนคนรุ่นใหม่เตรียม Skills ให้พร้อมรับตลาดงานที่เปลี่ยนไป
Spread the love

เมื่อ AI เปลี่ยนกติกา “งานแรก” ปริญญาอย่างเดียวอาจไม่พอ Jobsdb ชวนคนรุ่นใหม่เตรียม Skills ให้พร้อมรับตลาดงานที่เปลี่ยนไป

เมื่อ AI กำลังเปลี่ยนทั้งงานและ Skills ที่ตลาดต้องการ คนรุ่นใหม่จึงต้องมองไกลกว่าปริญญา รู้ทิศทางตลาด พัฒนาทักษะ และสร้างประสบการณ์ เพื่อพร้อมรับโลกการทำงานยุค AI

กรุงเทพฯ, 30 ตุลาคม 2569 – Jobsdb by SEEK ชวนผู้ที่กำลังเริ่มต้นเส้นทางอาชีพเตรียมพร้อมรับตลาดงานยุค AI ด้วย 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ Skills (ทักษะ), Experience (ประสบการณ์) และ AI Readiness (ความพร้อมในการใช้ AI)

เมื่อ AI เข้ามาเปลี่ยนแปลงเนื้องานและทักษะที่ผู้ประกอบการมองหา วุฒิการศึกษายังคงเป็นพื้นฐานสำคัญ แต่เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับผู้สมัครงานระดับเริ่มต้น ผู้หางานจึงควรใช้ข้อมูลจากประกาศงานจริงเพื่อทำความเข้าใจว่าแต่ละสายงานต้องการทักษะใด และวางแผนพัฒนาตนเองให้สอดคล้องกับเป้าหมายอาชีพ

AI เปลี่ยนกติกาอย่างไร และคนรุ่นใหม่ต้องเตรียมอะไร

ความท้าทายดังกล่าวยิ่งมีนัยสำคัญเมื่อมองไปยังจำนวนคนรุ่นใหม่ที่กำ ลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยในอีก 15 ปีข้างหน้า คนรุ่นใหม่กว่า 1.2 พันล้านคนทั่วโลกจะก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ในขณะที่ AI เข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดงาน โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่า งานราว 40% ทั่วโลกอาจได้รับผลกระทบจาก AI สะท้อนว่าโจทย์สำคัญในอนาคตอาจไม่ใช่เพียงการสร้างงานให้เพียงพอสำหรับคนรุ่นใหม่ แต่ยังรวมถึงการเตรียมคนให้มีทักษะและความพร้อมสอดคล้องกับงานที่กำลังเปลี่ยนไปด้วย

ประเด็นเรื่อง AI และอนาคตของการจ้างงานยังถูกหยิบยกขึ้นหารือบนเวที “Small AI: More and Better Jobs” ในการประชุมประจำปี IMF-World Bank 2026 ที่กรุงเทพฯ โดย Tharman Shanmugaratnam ประธานาธิบดีสิงคโปร์ ชี้ว่า ความต้องการจ้างงานในตำแหน่งระดับเริ่มต้นกำลังลดลง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และเริ่มเห็นแนวโน้มในอุตสาหกรรมอื่น อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงจาก AI อาจไม่ได้เกิดขึ้นในรูปแบบที่เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่คนทั้งตำแหน่งในทันที แต่เกิดจากการที่ AI ค่อย ๆ เข้ามาเปลี่ยนลักษณะงานทีละส่วน ซึ่งย่อมทำให้ทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานแต่ละบทบาทเปลี่ยนตามไปด้วย

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเริ่มสะท้อนผ่านความต้องการของตลาดแรงงานแล้ว โดยข้อมูลของ IMF พบว่า หนึ่งใน 10 ประกาศงานในประเทศพัฒนาแล้วต้องการทักษะใหม่อย่างน้อยหนึ่งทักษะ โดยเฉพาะในกลุ่มงานวิชาชีพ เทคนิค และบริหาร ขณะที่สายงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) คิดเป็นมากกว่าครึ่งของความต้องการทักษะใหม่ ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การพูดถึงผลกระทบของ AI ต่อตลาดงานจึงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงคำถามว่า “AI จะทำให้งานหายไปหรือไม่” แต่ควรมองไปพร้อมกันว่า AI กำลังเปลี่ยนเนื้องานอย่างไร และทักษะแบบใดกำลังมีความสำคัญมากขึ้นในตลาด

คุณดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK ประเทศไทย กล่าวว่า “AI กำลังเปลี่ยนทั้งรูปแบบการทำงานและทักษะที่องค์กรต้องการ สำหรับคนรุ่นใหม่ การเตรียมตัวเข้าสู่ตลาดงานจึงอาจต้องมองให้ไกลกว่าวุฒิการศึกษา สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่างานที่เราสนใจกำลังเปลี่ยนไปอย่างไร ผู้ประกอบการกำลังมองหาทักษะแบบไหน และเรายังต้องพัฒนาตัวเองในด้านใด การมีข้อมูลตลาดงานที่ชัดเจนจะช่วยให้คนรุ่นใหม่วางแผนได้ตรงจุดมากขึ้น และมอง AI ไม่เพียงในฐานะความเปลี่ยนแปลงที่ต้องรับมือ แต่เป็นเครื่องมือที่สามารถนำมาใช้สร้างโอกาสในการทำงานและพัฒนาตัวเองได้ Jobsdb ต้องการช่วยให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ เพื่อให้สามารถวางแผนและตัดสินใจเรื่องเส้นทางอาชีพได้อย่างมั่นใจมากขึ้น”

คำถามที่เปลี่ยนไป จาก “เรียนอะไรมา” สู่ “ทำอะไรได้”

วุฒิการศึกษายังคงเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการเริ่มต้นในหลายสายอาชีพ แต่ในวันที่ลักษณะงานเปลี่ยนเร็วขึ้น สิ่งที่ผู้ประกอบการมองหาจากผู้สมัครงานอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสาขาที่เรียนหรือวุฒิที่ได้รับ แต่ยังรวมถึงความสามารถในการนำความรู้ไปใช้จริง และความพร้อมที่จะเรียนรู้ทักษะใหม่ตามการเปลี่ยนแปลงของงาน สำหรับคนรุ่นใหม่ การเตรียมตัวก่อนเข้าสู่ตลาดงานจึงควรครอบคลุมทั้ง Skills (ทักษะ), Experience (ประสบการณ์) และ AI Readiness (ความพร้อมในการใช้ AI) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงาน

การเตรียมความพร้อมจึงควรเริ่มจากการพัฒนา Skills (ทักษะ) ที่สอดคล้องกับสายงาน ทั้งทักษะเฉพาะทาง ทักษะด้านดิจิทัล และ AI ควบคู่กับ Human Skills (ทักษะความเป็นมนุษย์) เช่น การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการสื่อสาร ซึ่งยังคงมีความสำคัญต่อการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่ควรหาโอกาสนำความรู้และทักษะเหล่านี้ไปใช้จริง เพื่อสร้าง Experience (ประสบการณ์) ที่สะท้อนความสามารถในการทำงาน โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เพียงประสบการณ์จากงานประจำ รวมถึงพัฒนา AI Readiness (ความพร้อมด้าน AI) ที่ไม่ได้วัดเพียงจากความสามารถในการใช้เครื่องมือ AI แต่ยังรวมถึงการรู้จักคิด วิเคราะห์ ตรวจสอบผลลัพธ์ และตัดสินใจด้วยตนเอง

อย่างไรก็ตาม การเตรียมตัวไม่ได้หมายความว่าคนรุ่นใหม่จำเป็นต้องมีทุกทักษะหรือเรียนรู้ทุกเครื่องมือที่กำลังเป็นกระแส สิ่งสำคัญกว่าคือการรู้ว่าอาชีพหรือตำแหน่งงานที่ตนเองสนใจกำลังต้องการอะไร แล้วเลือกพัฒนาทักษะที่สัมพันธ์กับ Career Goal (เป้าหมายด้านอาชีพ) ของตนเอง เพราะยิ่งตลาดงานเปลี่ยนเร็ว การรู้ว่าจะพัฒนาตัวเองไปในทิศทางใดก็ยิ่งมีความสำคัญไม่แพ้การมีทักษะจำนวนมาก

รู้ทิศทางตลาดในยุค AI ว่า “งานไหนกำลังโต และงานไหนกำลังเปลี่ยน”

เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทต่อการทำงานมากขึ้น การเตรียมตัวจึงไม่ใช่เพียงการเรียนรู้วิธีใช้เทคโนโลยี แต่ต้องเข้าใจด้วยว่า AI กำลังเปลี่ยนโอกาสและความต้องการในตลาดงานอย่างไร ทั้งอาชีพที่กำลังเป็นที่ต้องการ ลักษณะงานที่กำลังเปลี่ยน และทักษะหรือคุณสมบัติที่ผู้ประกอบการกำลังมองหา การติดตามทิศทางเหล่านี้จะช่วยให้คนรุ่นใหม่เห็นภาพชัดขึ้นว่า ตลาดกำลังมุ่งไปทางไหน และตนเองควรพัฒนาทักษะด้านใดเพื่อเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

Jobsdb จึงเป็นอีกหนึ่งแหล่งข้อมูลที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่สำรวจการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ผ่านตำแหน่งงานจริงในตลาด เพื่อดูว่าอาชีพใดน่าสนใจและกำลังเป็นที่ต้องการ รวมถึงทักษะและคุณสมบัติแบบใดที่แต่ละสายงานกำลังมองหา ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้การเตรียมพร้อมในยุค AI ไม่ได้ตั้งอยู่บนความกังวลต่อเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่มีข้อมูลตลาดมาประกอบการตัดสินใจและวางแผนเส้นทางอาชีพได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

เปลี่ยน Skills ให้เป็น Experience ที่จับต้องได้

เมื่อเห็นทิศทางของตลาดและรู้ว่าต้องพัฒนาทักษะด้านใดแล้ว อีกโจทย์สำคัญสำหรับ Entry-Level Candidates (ผู้สมัครงานระดับเริ่มต้น) คือการทำให้ผู้ประกอบการมองเห็นว่าสามารถนำทักษะเหล่านั้นไปใช้ได้จริง แม้ผู้สมัครอาจยังไม่มีประสบการณ์จากงานประจำมากพอที่จะใช้เป็นหลักฐานของความสามารถ แต่การสร้างประสบการณ์ไม่จำเป็นต้องรอจนถึงงานแรก เพราะสามารถเริ่มได้ตั้งแต่ระหว่างเรียน ผ่านการฝึกงาน งานพาร์ตไทม์ โปรเจกต์ กิจกรรม หรือ Portfolio ซึ่งล้วนเป็นโอกาสในการนำความรู้และทักษะไปใช้กับสถานการณ์จริง

ดังนั้น สิ่งที่ผู้ประกอบการมองหาจากผู้สมัครงานจึงไม่ใช่เพียงรายการทักษะบนเรซูเม่ แต่รวมถึงหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า ผู้สมัครเคยนำทักษะเหล่านั้นไปใช้กับอะไร มีบทบาทหรือความรับผิดชอบอย่างไร รับมือกับโจทย์หรือแก้ปัญหาแบบไหน และเกิดผลลัพธ์อะไรจากสิ่งที่ทำ เช่นเดียวกับการใช้ AI ซึ่งการระบุว่า “ใช้ AI ได้” อาจยังไม่เพียงพอ หากไม่สามารถแสดงให้เห็นว่านำเครื่องมือดังกล่าวไปช่วยทำงานควบคู่กับการคิด วิเคราะห์ ตรวจสอบ และตัดสินใจด้วยตนเองได้อย่างไร การนำเสนอประสบการณ์ในลักษณะนี้จึงช่วยเปลี่ยนทักษะที่ระบุไว้บนเรซูเม่ให้เป็นหลักฐานที่สะท้อนความพร้อมในการนำไปใช้กับการทำงานจริง

ใช้ข้อมูลตลาด วางแผนให้พร้อมก่อน “งานแรก”

ในยุคที่เส้นทางจาก “เรียนจบ” ไปสู่ “ได้งาน” อาจไม่ได้ตรงไปตรงมาเหมือนเดิม Jobsdb by SEEK จึงมุ่งเป็นมากกว่าแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้สมัครงานมองเห็นตำแหน่งงานที่เปิดรับ แต่ยังช่วยให้คนรุ่นใหม่สามารถใช้ข้อมูลตลาดงานเพื่อทำความเข้าใจว่าโอกาสอยู่ตรงไหน ตลาดกำลังต้องการทักษะและคุณสมบัติแบบใด และตนเองควรเตรียมตัวอย่างไร ผ่านข้อมูลจากทั้งฝั่งผู้สมัครงานและผู้ประกอบการ ตลอดจน Career Advice (คำแนะนำด้านอาชีพ) ที่สามารถนำมาใช้ประกอบการวางแผนเส้นทางอาชีพ

สำหรับนักศึกษาจบใหม่และผู้ที่กำลังเริ่มต้นเส้นทางอาชีพ สามารถเริ่มต้นจากการสำรวจตำแหน่งงานจริงบน Jobsdb เพื่อดูว่าสายงานที่สนใจกำลังต้องการทักษะและคุณสมบัติแบบใด ควบคู่กับการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพที่น่าสนใจสำหรับเด็กจบใหม่ อาชีพที่มีแนวโน้มเติบโต และ Career Advice (คำแนะนำด้านอาชีพ) เพื่อให้การเลือกเส้นทางอาชีพ การพัฒนาทักษะ และการสร้างประสบการณ์ตั้งอยู่บนความเข้าใจตลาดงานที่ชัดเจนขึ้น และช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับการเริ่มต้นเส้นทางอาชีพในยุค AI

Facebook Comments Box


Spread the love

Written by 

Related posts

Leave a Comment

Verified by ExactMetrics